วัดเขาสมโภชน์
| ข้อมูลเบื้องต้น | |
| ชื่อ | วัดเขาสมโภชน์ |
| คำค้น | |
| จังหวัด | ลพบุรี |
| ประเภท | ศาสนสถาน |
| ที่ตั้ง | เลขที่ 11 หมู่ 5 ต.บัวชุม อ.ชัยบาดาล |
วัดเขาสมโภชน์ อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอชัยบาดาล ไปตามเส้นทางสายบัวชุม ประมาณ 30 กม. มีทางแยกเข้าไปประมาณ 8 กม.จากถนนใหญ่เขาสมโภชน์เป็นเทือกเขาขนาดใหญ่ รอบๆ บริเวณร่มรื่นไปด้วยต้นไม้นานาชนิด ที่เชิงเขาเป็นที่ตั้งของวัดสำหรับปฏิบัติธรรม ภูเขาแห่งนี้เต็มไปด้วยถ้ำต่างๆ ที่มีความสวยงามตามธรรมชาติอยู่เป็นจำนวนมากกว่า 19 ถ้ำ เฉพาะถ้ำที่ปรากฏชื่อมีดังนี้คือ ถ้ำใหญ่ ถ้ำเจดีย์ ถ้ำเพชร ถ้ำรำวง ถ้ำสิงโต ถ้ำบ่อทิพย์ ฯลฯ ภายในแต่ละถ้ำจะแลเห็นหินงอกหินย้อยที่สวยงาม -----------------------------------
เนื้อหา |
ประวัติความเป็นมา
วัดเขาสมโภชน์ ตั้งอยู่ที่บ้านเตาขนมจีน หมู่ที่5 ตำบลบัวชุม อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัด 200 ไร่ บริเวณที่ตั้งมีภูเขาล้อมรอบ 3ด้าน ที่ดินวัดแบ่งเป็น2ส่วน อยู่บนภูเขาและที่ราบเชิงภูเขา การสร้างวัดได้สร้างขึ้นเป็นวัดตั้งแต่ พ.ศ 2480 พื้นที่ภูเขาซึ่งล้อมรอบบริเวณวัดทั้ง3ด้านมีถ้ำอยู่มาก มีชื่อเรียกแตกต่างกัน มีเจดีย์ขนาดแตกต่างหลายองค์ ภายหลังได้ร้างไป เมื่อ พ.ศ. 2516 หลวงพ่อคง จตฺตมโล ได้ธุดงค์จาริกมาเพื่อการปฏิบัติธรรมโดยอาศัยอยู่ในถ้ำพระอรหันต์ ตามนิมิต ซึ่งในขณะนั้น ชาวบ้านเรียกกันว่า สำนักสงฆ์ถ้ำเขาสมโภชน์ ต่อมาวันที่23 กันยายน พ.ศ 2525 ทางคณะสงฆ์ได้ประกาศให้เป็นวัดเขาสมโภชน์ โดยมีหลวงพ่อคง จตฺตมโล เป็นพระวิปัสสนาจารย์ และประธานสงฆ์ มีพระครูภาวนาวิสุทธิ (ผิว วณณฺคุตโต) ดำรงค์ตำแหน่งรักษาการแทนเจ้าอาวาส ด้วยอานุภาพขององค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า และบารมีของหลวงพ่อคง จากครั้งแรกที่หลวงพ่อพร้องภิกษุหนึ่งรูป และสามเณรหนึ่งรูปรวมสามรูป ได้ธุดงค์มาที่ถ้ำพระอรหันต์ ปรากฏว่าทำให้มีภิกษุสามเณร และพุทธบริษัทชายหญิง หมุนเวียนกันเข้ามารับการฝึกอบรมกรรมฐานเป็นระยะๆ มากบ้างน้อยบ้าง สุดแล้วแต่ความพร้อมของแต่ละบุคคลและมาถวายตัวเป็นศิษย์ของหลวงพ่อคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงต้องมีการก่อสร้างเสนาสนะขึ้นเพื่อรองรับพุทธบริษัทที่มาปฏิบัติธรรม ปี พ.ศ.๒๕๒๐ สร้างศาลาชายเขาและเสนาสนะต่างๆ ปี พ.ศ. ๒๕๒๗ สร้างวิหารอเนกประสงค์ จตฺตมโล สร้างถังน้ำเก็บน้ำฝน โรงครัว ห้องสุขา ห้องน้ำ ปี พ.ศ ๒๕๒๘ สร้างกุฏิ ๗๖ปี หลวงพ่อคง จตฺตมโล ปี พ.ศ ๒๕๓๖ ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ อุโบสถ ๒ ชั้น ปี พ.ศ ๒๕๔๐ ประกอบพิธีเททองพระอุโบสถ โดยเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์ วัดสระเกศ เป็นองค์ประธาน ปี พ.ศ.๒๕๔๕ ประกอบพิธียกช่อฟ้าอุโบสถ ปี พ.ศ.๒๕๔๖ อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นประดิษฐาน ในบุษบกเหนือโรงอุโบสถ โดยเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์ วัดสระเกศ เป็นองค์ประธาน ปี พ.ศ.๒๕๔๙ จัดงานผูกพัทธสีมาปิดทองฝังลูกนิมิตโรงอุโบสถ ปัจจุบันนี้ท่านเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันก็ยังนำพระภิกษุสามเณร แม่ชี อุบาสกอุบาสิกา ประพฤติวัตรปฏิบัติธรรมเจริญ ภาวนา ศึกษาพระธรรมวินัย เป็นกิจวัตรประจำวัน ดำเนินรอยตามพระเดชพระคุณหลวงพ่อคงเป็นปกติเสมอมา
ที่ตั้ง
วัดเขาสมโภชน์ตั้งอยู่ที่บ้านเตาขนมจีน หมู่ที่5 ตำบลบัวชุม อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี
ชีวประวัติของหลวงพ่อคง จตฺตมโล
หลวงพ่อคง จตฺตมโล ท่านมีนามเดิมว่า คง นามสกุล บุญเอก ท่านถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๐ เดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๖ ตรงกับวันอังคาร ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ ปีฉลู ณ หมู่บ้านโนนพุดซา ตำบลกระชอน อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา โยมบิดาของท่านมีนามว่า ดี โยมมารดามีนามว่า แจ้ง นามสกุล บุญเอก มีอาชีพกสิกรรมทำนาทำไร่ ท่านถือกำเนิดเกิดมาเป็นทายาทคนที่ ๒ ในบรรดาพี่น้องทั้งหมด ๙ คน จนถึงปัจจุบันนี้ ก็มีแต่พวกน้องๆ ที่เป็นหญิง ซึ่งมีเพียง ๖ คนเท่านั้นที่ยังมีชีวิตอยู่ นอกจากนั้นถึงแก่กรรมไปตามกาลเวลา ในด้านการศึกษา ในปฐมวัยหลวงพ่อเคยเป็นเด็กวัดหัดเรียนเขียนอ่านอักษรธรรม อักษรขอม และอักษรไทย ในระยะเวลา ๒ ปี แต่จำต้องมาช่วยบิดามารดาในการประกอบอาชีพกสิกรรมทำไร่ไถนา ต่อมาเมื่ออายุครบกำหนด ๒๐ ปี จึงได้มีการเข้าวัดไปเป็นนาค แล้วได้รับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ท่านได้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมอยู่เป็นเวลา ๓ พรรษา และได้ขออนุญาตจากโยมบิดามารดาเพื่อเดินทางลงมาศึกษาต่อที่กรุงเทพมหานคร แต่ท่านก็ไม่ได้รับอนุญาตจากโยมบิดามารดา ท่านจึงไม่มีโอกาสเดินทางลงมาศึกษาเล่าเรียนดังที่ตั้งใจไว้ ดังนั้น ท่านจึงลาสิกขาจากเพศบรรพชิตออกไปดำรงวิถีชีวิตอยู่ในเพศฆราวาสวิสัย ซึ่งในที่สุดท่านก็ได้แต่งงานมีครอบครัวไป โดยตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่ที่อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ท่านมีบุตรธิดารวมทั้งหมด ๗ คน แต่ถึงแก่กรรมไปแล้วตั้งแต่เด็กๆ ๑ คน จึงยังคงเหลือบุตรธิดาที่มีชีวิตอยู่ต่อมาเพียง ๖ คนเท่านั้น ซึ่งทุกคนต่างก็ได้แต่งงานมีครอบครัวเป็นหลักปักฐานไปหมดทุกคนแล้ว ต่อมาในช่วงเวลาที่หลวงพ่อคงท่านยังอยู่ในเพศฆราวาส ในปี พ.ศ. ๒๕๐๔ นั้น ก็ได้มีพระคุณเจ้า หลวงพ่อพระมหาธนิต ปญญาปสุโต ปธ. ๙ นักวิปัสสนาจารย์ชื่อดังได้เดินธุดงค์มา และได้เข้าจำพรรษาสอนวิปัสสนาแก่ญาติโยม อุบาสกอุบาสิกา และพุทธศาสนิกชนทั่วไปที่อยู่วัดบัวใหญ่ อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นเวลาที่หลวงพ่อคงยังเป็นอุบาสกคงอยู่นั้นเอง ท่านเป็นคนหนึ่งที่ได้น้อมกายใจเข้าไปรับการปฏิบัติธรรมเจริญวิปัสสนากรรมฐานกับหลวงพ่อพระมหาธนิตอย่างเคร่งครัดอยู่เป็นเวลาถึง ๗ ปี เมื่อมีศรัทธาแก่กล้า อุบาสกคง บุญเอก จึงได้ตัดสินใจสละเหย้าเรือนออกไปมอบกายถวายตนเข้ารับการอุปสมบทเป็นภิกษุในพระพุทธศาสนาอีกหน ณ พัทธสีมาวัดบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๑ โดยมีพระเดชพระคุณท่านคุณพระปทุมญาณมุนี วัดบัวใหญ่ อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เป็นพระอุปัชฌาย์ซึ่งเป็นผู้ทำการอุปสมบทให้ ต่อมาหลังจากออกพรรษาแล้ว ตกมาถึงปี พ.ศ. ๒๕๑๖ หลวงพ่อได้ดำรงปฏิปทาเป็นพระป่าออกสัญจรธุดงค์ไปตามป่าเขาลำเนาไพรอยู่เรื่อยมา จนลุถึงซึ่งดินแดนถิ่นป่าใหญ่ มวลหมู่พฤกษาร่มรื่นน่าอภิรมย์ ซึ่งเป็นสถานที่ถูกกับจริยวัตรสำหรับนักปฏิบัติธรรมในการเจริญภาวนากรรมฐาน หลวงพ่อคงท่านได้เข้าอาศัยอยู่ในถ้ำพระอรหันต์ตามนิมิต ได้ทำการเจริญจิตภาวนา แล้วก็เลยอยู่จำพรรษา ณ สถานที่วิเวกแห่งนั้น ในพรรษาที่ ๖ และแล้วหลวงพ่อคงท่านก็ได้ยึดสถานวิเวกแห่งนั้น ในการปฏิบัติธรรมอยู่จำพรรษาเรื่อยมาจนถึงกาลเวลามรณภาพไปด้วยอาการอันสงบ ในวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ ณ โรงพยาบาลศิริราช อายุรวมกันได้ ๘๐ ปี ๙ เดือน ๓ วัน ๒๖ พรรษา สถานที่ปฏิบัติธรรมที่หลวงพ่อคงธุดงค์มาพบตามนิมิตนั้น มันเป็นสถานที่มีสมญานามตามที่พุทธศาสนิกชนทั้งหลายได้รู้จักกันแล้วในปัจจุบันว่า เขาสมโภชน์ ซึ่งเป็นธรรมสถานแห่งการปฏิบัติธรรมนามอุโฆษ สำหรับพุทธศาสนิกชนคนทั่วประเทศได้หลั่งไหลกันมาชุมนุมปฏิบัติธรรม ชื่นชมพุทธบารมีพระเจ้าเปิดโลกกับอย่างคับคั่งในปัจจุบันนี้
ความเป็นมาของกรรมฐานธรรมะเปิดโลก
ความเป็นมาของกรรมฐานธรรมะเปิดโลก คือ กาลครั้งหนึ่งสมัยที่สมเด็จพระบวรนาถสมณโคดมยังทรงพระชนม์อยู่ ในกาลนั้นได้เสด็จขึ้นสู่ดาวดึงส์เทวสถานเพื่อโปรดพระพุทธมารดา ในวันที่เสด็จกลับจากดาวดึงส์ ได้มีพุทธศาสนิกชนจำนวนมากคอยรับเสด็จอยู่ ในครั้งนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงใช้พุทธานุภาพแสดงโลกทั้งสามให้ปรากฏแก่พสกนิกรผู้เป็นศานุศิษย์ของพระพุทธชินสีห์ ประชาชนที่มารับเสด็จในวันนั้น ต่างก็ได้รับทิพยจักขุญาณ เห็นเทวโลก มนุษยโลก และอบายโลก พร้อมกัน กล่าวคือ เทวดาทั้งหลายก็เห็นมนุษย์และสัตว์ในอบาย มนุษย์ทั้งหลายก็เห็นเทวดาและสัตว์ในอบาย สัตว์ในอบายทั้งหลายก็เห็นทั้งมนุษย์และเหล่าเทวดา เรียกว่าทั้งสามโลกมองเห็นกันทะลุปรุโปร่ง
ในวันนี้พระพุทธคุณนั้นเป็นอานุภาพที่ไร้ขอบเขต ทรงฤทธานุภาพสูงสุดในจักรวาล ในวันนั้นเทวดามนุษย์และสัตว์เดรัจฉานทั้งปวงต่างๆ ก็ได้พบพ่อแม่ พี่น้อง ครูบาอาจารย์ มิตรสหาย และบริวารเก่าๆ ที่กำลังเสวยผลกรรมอยู่ในภพต่างๆ กัน เป็นทุกขเวทนาบ้าง สุขเวทนาบ้าง จึงเกิดเมตตาจิต อธิษฐานอโหสิกรรมผู้ที่ได้เคยกระทำชั่วต่อกันมาให้ได้พ้นจากบาป กรรมเวรเหล่านั้น
ในวันนั้นเอง มีผู้มีปัญญาเกิดความเบื่อหน่ายคลายความยินดีในภพชาติ หลุดพ้นจากอาสวะ สำเร็จเป็นพระอรหันต์เป็นจำนวนมาก จากนั้นมาธรรมะเปิดโลกก็มิได้ปรากฏในพระประวัติพระพุทธศาสนาอีกเลย จนกระทั่งเมื่อหลวงพ่อคง จตฺตมโล พุทธสาวกสมัยพุทธกาลนี้ ได้ถือเนกขัมมะวัตรเป็นบรรพชิตบำเพ็ญเพียรด้วยวิริยะอันแรงกล้า วิรัติแล้วจากการเบียดเบียนสัตว์ทั้งหลาย ทั้งโดยตรงและโดยทางอ้อม ตั้งแต่อยู่ในฆราวาสวิสัย ดำริมั่นที่จะออกจากกาม ได้จาริกเพื่อเจริญวิมุติญาณเข้าสู่โลกกุตระสภาวะมาโดยลำดับ
จนกระทั่งลุถึง ถ้ำอรหันต์ เขาสมโภชน์ ลพบุรี ท่านได้ปฏิบัติธรรมกรรมฐานเป็นอุกฤษฏ์ จนบังเกิดความตึงเครียดในทุกส่วนของประสาท ก็ยังไม่สำเร็จผลดังหวัง ทำให้รู้สึกท้อแท้ ท่านจึงน้อมจิตอธิษฐานว่า หากคุณพระพุทธเจ้ามีจริง ขอทรงมาโปรดให้ท่านมีดวงตาเห็นธรรมด้วยเถิด ในครั้งนี้เอง ก็มีปรากฏการณ์บังเกิดขึ้นกับหลวงพ่อ ท่านได้พบพระวิสุทธิสัมมาสัมพุทธเทพ และได้รับคำแนะนำในการปฏิบัติกรรมฐาน อาศัยบุญบารมีเก่าที่หลวงพ่อคงเคยเป็นหลวงพ่อร่วง ผู้รจนาคัมภีร์ไตรภูมิกถาไว้สั่งสอนปวงชนมาก่อน พระพุทธองค์จึงทรงประทานธรรมะเปิดโลกให้ เมื่อหลวงพ่อใช้กำลังสติปัญญาเข้าพิจารณาภูมิอันเป็นอาสวะแห่งงวัฏฏะแล้ว เกิดความเบื่อหน่ายคลายกำหนัด จิตใจมุ่งเข้าสู่ความบริสุทธิ์ สำเร็จวิสุทธิญาณในวันนั้นเอง
จากนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบรมโลกเชษฐ์ได้ทรงประทานพุทธานุญาตให้หลวงพ่อคงโปรดแสดงธรรมะเปิดโลกแก่พสกนิกรพุทธบริษัทได้ โดยอาราธนาพระพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ และอริยสังฆานุภาพ มาเป็นอำนาจเปิดโลก เพื่อให้พุทธบริษัทได้เข้าใจแจ้งเรื่องกรรมและกลไกของกรรมโดยถ่องแท้
กรรมฐานธรรมะเปิดโลก จึงได้รับการถ่ายทอดสาธิตจากหลวงพ่อคงนับตั้งแต่นั้นมา
หลักการฝึกจิตแบบธรรมะเปิดโลก
ธรรมเปิดโลกเป็นอานุภาพที่พระพุทธเจ้าทรงใช้สมัยเสด็จลงจากดาวดึงส์ โดยใช้พุทธานุภาพเปิดโลกทั้งสามให้มนุษย์ เทวดา และเปรต นรก เห็นกันได้หมด จากนั้นก็ไม่มีปรากฏการณ์ทำนองนี้อีกเลยในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา
จนกระทั่งหลวงพ่อคงท่านปฏิบัติมหาสติปัฏฐานอยู่ที่ถ้ำอรหันต์ ลพบุรี หวังหลุดพ้นแต่ยังไม่หลุดพ้นสักที ท่านจึงอธิษฐานว่าหากพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มีจริงขอให้โปรดท่านให้มีดวงตาเห็นธรรมะและหลุดพ้นด้วยเถิด
และในที่สุดท่านก็ปฏิญาณว่าท่านได้พบพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์จริง และถึงฝั่งอรหันตภูมิแล้ว จึงประกาศธรรมะเปิดโลก แต่กำลังพระอรหันต์ไม่เท่าพระพุทธเจ้าที่จะสามารถทำให้เห็นด้วยตาเปล่าได้ แต่ทำให้เห็นด้วยญาณ และปรากฏการณ์ทางกายและจิตใจได้
ด้วยกายนี้เป็นที่ตั้งแห่งกรรมชรูป และจิตชรูป กรรมกิเลส ตัณหา และอวิชชามากมาย โดยมีจิตและเจตสิกเป็นผู้ทำงานร่วมพร้อมด้วยตลอดเวลา จึงให้ใช้กายเป็นฐานในการบำเพ็ญจิต เพื่อคลายอาสวะเหล่านั้นแห่งเจตสิกออกมา
เมื่อมีการกระทบกันของกาย จิต เจตสิก ย่อมเกิดการเคลื่อนไหว และการคลายตัวตามธรรมชาติ คลายมลทินต่างๆ ที่ฝังแน่นในอัตตาออกมาในรูปของการสะท้อน กายกรรม วจีกรรม มโนกรรมที่อัดแน่นอยู่ในตัวตน และเพื่อให้ปลอดภัยและรู้ในสิ่งที่เกิดขึ้น ท่านให้ถวายกรรม ถวายเวรให้แก่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ก่อน และให้อาราธนาพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพมาโปรดกำกับกระบวนการด้วย
ก่อนอื่นผู้ประสงค์จะเจริญกรรมฐานธรรมะเปิดโลก จะต้องถวายกรรม ถวายเวรให้กับพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆ์เจ้าก่อน เพื่อเป็นการอาราธนาอำนาจพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ลงมาโปรด หากไม่อาราธนาแล้วท่านจะไม่มายุ่งด้วย เพราะถือว่าเจ้าของไม่อนุญาต แต่เมื่อาราธนาแล้ว น้อมธรรมะมาใส่ตัว อานุภาพของพระพุทธเจ้าก็ดี พระธรรมเจ้าก็ดี พระสังฆเจ้าก็ดี จะลงมาโปรดเปิดโลกให้ได้
ระเบียบการพำนักปฏิบัติธรรมในวัดเขาสมโภชน์
ผู้ที่จะประสงค์จะพำนักปฏิบัติธรรมในวัดเขาสมโภชน์ โปรดศึกษาระเบียบปฏิบัตินี้ให้เข้าใจ ดีเสียก่อน เพื่อความกลมเกลียวกันในหมู่คณะ
1. ทุกท่านมีสิทธิเข้ามาศึกษาปฏิบัติธรรม และพำนักในวัดเขาสมโภชน์ ได้เป็นเวลา 15 วัน หากท่านใดประสงค์จะอยู่เกิน 15 วัน โปรดขออนุญาตจากคณะสงค์ ก่อนโดยกรอกในสมัคร ที่แผนกทะเบียนแล้วนำไปยื่น ความจำนงต่อเจ้าอาวาส
2. นักปฏิบัติธรรมพึงอาศัยเสนาสนะตามที่ทางวัดจัดให้หากต้องการเปลี่ยนแปลงโยกย้าย ให้ขออนุญาติเจ้าหน้าที่ก่อน เมื่อพำนักอาศัยแล้ว หากประสงค์ จะต่อเติมอาคารสถานที่ ต้องได้รับการสวดประกาศอนุมัติจากสงฆ์ก่อน ตามธรรมวินัย
3. ผู้พำนักอยู่ในวัดทุกท่าน ต้องดูแลความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของที่อยู่อาศัยให้ดีอยู่เสมอ ทั้งในกุฏิ วิหาร ห้อง คูหา และตามต้นไม้
หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าไม่สะอาด หรือไม่เรียบร้อย ครั้งแรกตักเตือน หากพบเป้นครั้งที่สอง บุคคลนั้นจะไม่มีสิทธิ์อยู่พำนักในวัดเขาสมโภชน์อีกต่อไป
4. ผู้ที่ต้องการจำพรรษาที่วัดเขาสมโภชน์ ต้องแจ้งความจำนงต่อเจ้าอาวาสล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน รายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าจำพรรษาในวัดเขาสมโภชน์จะติดประกาศให้ทราบโดยทั่วกันล่วงหน้าก่อนเข้าพรรษาอย่างน้อย 15 วัน
5. ในระหว่างพำนักอยู่ การหยิบยืมของใช้ ของทางวัด ให้ยืมได้ที่เจ้าหน้าที่ ผู้รับผิดชอบ เมื่อจะกลับให้นำเครื่องใช้ ที่ยืมไปมาส่งด้วยตนเอง มิฉะนั้น จะไม่ได้รับหนังสือสุทธิหรือบัตรประชาชนคืน ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ท่านเป็นหนี้สงฆ์ เพราะการเป็นหนี้สงฆ์ จะทำให้ชีวิตขัดสนไม่ร่ำรวย
6. ห้ามเข้าเขตหวงห้ามตามที่หลวงพ่อบอก หรือคณะสงฆ์ประกาศห้าม
7. ต้องเข้าร่วมประชุมบำเพ็ญศาสนกิจ ตามที่กำหนดไว้ โดยพร้อมเพรียงกัน
8. ห้ามเสพหรทอสะสม บุหรี่ หมาก สุรา ยานัตถ์ หรือสิ่งมึนเมาต่างๆ โดยเด็ดขาด ถ้าฝ่าฝืนจะนิมนต์ออกนอกวัด
9. การเทเศษอาหารหรือขยะมูลฝอยอื่นๆ ต้องเทในที่จัดไว้เท่านั้น
กำหนดเวลาปฏิบัติกิจ
03.00 น. ตื่นนอน ทำกิจส่วนตัว ประชุมพร้อมกันที่วิหารเอนกประสงค์
04.00 น. ทำวัตรเช้า เจริญภาวนา
06.00 น. พระภิกษุ สามเณร โคจรบิณฑบาต
เถร ชี อุบาสก อุบาสิกา ทำความสะอาด ที่อยู่อาศัยและลานวัด
08.00 น. ฉันภัตตาหารบนหอฉันบูรพาจารย์
10.00 น. ตามอัธยาศัย
12.30 น. ประชุมภาวนาที่วิหารอเนกประสงฆ์ จตฺตมโล
15.00 น. ทำงานส่วนร่วมตามที่สงฆ์ มอบหมายให้
18.30 น. ทำวัตรพระเจริญภาวนาพร้อมกันบนวิหารเอกนกประสงค์ จตฺตมโล
21.00 น. ทำวัตรเย็น
22.00 น. ดับไฟ-เข้านอน
การเดินทาง
การเดินทางจากกรุงเทพฯ ขึ้นวงแวนรอบนอกไปลงสระบุรี แล้วขับรถตรงไปตลอดจนถึงแยก พุแค มันจะมีโค้งซ้ายกับโค้งขาว ให้เราโค้งซ้าย และขับตรงไปเรื่อยๆ จนถึงแยกม่วงค่อมให้เลี้ยวขวา ขับตรงไปอีกประมาณ 20 กม. ก็จะเห็นป้ายบอกวัดเขาสมโภชน์ ให้เลี้ยวซ้ายอีกประมาณ 10 กม. ก็จะเจอทางเข้าวัด (ให้สังเกตุโรงเรียนวัดเขาสมโภชน์) ให้เลี้ยวขวาเข้าก็จะถึงวัด แล้วอีกประมาณ 3 กม.
การโดยสารรถตู้จากกรุงเทพฯ รถตู้กฤตบริการ
วัดเขาสมโภชน์-กรุงเทพฯ (จอดในวัดเขาสมโภชน์)
คันที่ 1 ออก 07.00 น. ถึง 10.30 น.
คันที่ 2 ออก 07.45 น. ถึง 11.30 น.
กรุงเทพฯ-วัดเขาสมโภชน์ (จอดหน้าโรงพยาบาลราชวิถี) หน้าอนุสาวรีชัยสมรภูมิ
คันที่ 1 ออก 11.00 น. ถึง 14.30 น.
คันที่ 2 ออก 14.00 น. ถึง 17.30 น.
ภาพถ่าย
|
|||||||||||||||||||||||



