ปัตตานี

จังหวัดปัตตานี
ปัตตานี
ข้อมูลเบื้องต้น
ชื่อปัตตานี
คำค้นปัตตานี
หมวดหมู่ย่อยภาคใต้
ที่ตั้งจังหวัดปัตตานี
คำขวัญบูดูสะอาด หาดทรายสวย รวยน้ำตกนกเขาดี ลูกหยีอร่อย หอยแครงสด
พิกัดLat:6.70416200, Lng:101.43539400
แผนที่

ปัตตานี เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลตะวันออกของภาคใต้ติดกับทะเลจีนใต้ หรืออ่าวไทย มีพื้นที่ประมาณ 1,940.356 ตารางกิโลเมตร มีแม่น้ำที่สำคัญ 2 สาย คือ แม่น้ำตานี และ แม่น้ำสายบุรี ในอดีตจังหวัดปัตตานีเป็นจังหวัดที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากเคยมีฐานะเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรลังกาสุกะซึ่งเป็นรัฐอิสระของชาวไทยพุทธในพุทธศตวรรษที่ 7 มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่จังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส รัฐกลันตัน กับรัฐตรังกานูในมาเลเซีย ปัจจุบันยังมีซากเมืองเก่าของปัตตานีในยุคนั้นปรากฏให้เห็นที่อำเภอยะรังในปัจจุบัน และจากการที่มีพื้นที่เป็นป่าเขา และมีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลเป็นระยะทางยาวประมาณ 170 กิโลเมตร จึงเป็นเมืองท่าที่สำคัญและเป็นศูนย์กลางการปกครอง การค้า และวัฒนธรรม มีทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวหลายด้าน ทั้งด้านธรรมชาติ โบราณสถานทางประวัติศาสตร์และด้านประเพณีวัฒนธรรม

ปัตตานีแบ่งการปกครองออกเป็น 12 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปัตตานี ยะรัง หนองจิก โคกโพธิ์ ยะหริ่ง ปะนาเระ มายอ สายบุรี กะพ้อ ไม้แก่น ทุ่งยางแดง และแม่ลาน

QRcode

เนื้อหา

ประวัติ

ขยาย pattani.jpg

หลักฐานเอกาสารโบราณปรากฏนามเมืองหรือรัฐสำคัญแห่งหนึ่งบนแหลมมลายซึ่งออกเสียงตามสำเนียงในแต่ละภาษา เช่น หลังยาซูว หลังยาซีเจีย (ภาษาจีน)ลังคาโศกะ อิลังคาโศกะ (ภาษาสันสกฤต ทมิฬ) เล็งกะสุกะ สังกาสุกะ (ภาษามลายู) โดยนักวิชาการสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นชื่อเมืองเดียวกัน ที่น่าจะเคยตั้งอยู่ในรัฐเคดาห ์ ประเทศสหพันธรัฐมาเลเซีย และจังหวัดปัตตานีในปัจจุบัน นักวิชาการทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีเชื่อว่าปัตานี เป็นทีแวะพักจอดเรือ เพื่อแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าระหว่างพ่อค้าชาวอินเดียทางตะวันตกกับพ่อค้าชาวจีนทางตะวันออกและชนพื้นเมืองบนแผ่นดิน

และหมู่เกาะใกล้เคียงต่าง ๆ นอกจากนี้ยังเชื่อว่าเดิมปัตตานีเป็นอาณาจักรที่เก่าแก่ และมีความเจริญรุ่งเรืองในอดีต เนื่องจากมีหลักฐานทางโบราณคดีว่าบริเวณอำเภอยะรังมีซากร่องรอยของเมืองโบราณขนาดใหญ่ซ้อนทับกันถึง 3 เมือง มีซากโบราณสถานศาสนสถานหลายแห่งนอกจากนี้ยังค้นพบโบราณวัตถุจำนวนมาก โดยวัตถุบางชิ้นมีตัวอักษร ซึ่งนักภาษาโบราณอ่านและแปลว่าเป็นอักษรปัลลวะ (อินเดียใต้)ภาษาสันสกฤตเขียนเป็นคาถาในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน พระโพธิสัตว์สัมฤทธิ์ และเศษภาชนะดินเผาที่มีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 12-13 สอดคล้องกับจดหมายเหตุจีนที่ได้กล่าวถึงไว้ นอกจากนั้นหลักฐานที่ได้ขุดค้นพบยังแสดงให้เห็นด้วยว่าบริเวณที่ตั้งอำเภอยะรังในปัจจุบันเป็นชุมชนที่มีความเจริญรุ่งเรืองในอดีดและต่อมาได้ย้ายเมืองปัตตานีมาบริเวณบ้านกรือเซะสันนิษฐานว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์ ทำให้เมืองเดิมไม่เหมาะในการเป็นเมืองท่าการค้า

ต่อมาในรัฐสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (พ.ศ. 2325 - 2352) ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ยกทัพหลวงมาปราบปรามพม่าที่มาตีหัวเมืองทางแหลมมลายูจนเรียบร้อย และในปีพ.ศ.2328กรมพระราชวังบวรฯเสด็จลงไปประทับที่เมืองสงขลาได้มีกระแสรับสั่งออกไปยังหัวเมืองปัตตานีเมืองปัตตานีในขณะนั้นขัดขืนกรมพระราชวังบวรฯจึงมีรับสั่งให้พระยากลาโหมยกกองทัพไทยไปตีเมืองปัตตานีได ้

ในปี พ.ส. 2329 โดยได้กวาดต้อนครอบครัวและศาสตราวุธมาเป็นจำนวนมาก รวมทั้งปืนใหญ่ 2 กระบอก แต่สามารถนำมาได้เพียงกระบอกเดียว จึงนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และทรงโปรดเกล้าฯ ให้จารึกชื่อปืน "พญาตานี" นับว่าเป็นปืนใหญ่กระบอกใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ปัจจุบันตั้งอยู่ที่หน้ากระทรวงกลาโหมกรุงเทพมหานคร ในรัชสมัยสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (พ.ศ.2352 - 2367) เกิดความไม่สงบบ่อยครั้ง จึ่งโปรดเกล้าฯ ให้มีผู้กำกับดูแลหัวเมืองมลายูโดยแบ่งเมืองตานีออกเป็น 7 หัวเมือง ประกอบด้วย เมืองปัตตานี เมืองยะหริ่งเมืองสายบุรี เมืองหนองจิก เมืองระแงะ เมืองรามันห์ และเมืองยะลา

ตราประจำจังหวัดปัตตานี

รูปปืนใหญ่

หมายถึง ปืนนางพญาตานี ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด (ขนาดยาว 3 วา ศอกคืบนิ้วครึ่ง กระสุน 11 นิ้ว) ซึ่งเป็นปืนใหญ่กระบอกสำคัญที่ใช้ป้องกันเมืองปัตตานีตลอดมาชาวเมืองจึงถือว่าเป็นคู่บ้านคู่เมืองมาแต่สมัยโบราณโดยเหตุที่พระยาปัตตานีเป็นปืนคู่บ้านคู่เมืองของปัตตานีมาแต่โบราณ จึงใช้เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดปัตตานี

ทริปหมูหิน

เครื่องมือส่วนตัว
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
ดูตามหมวดหมู่
มีส่วนร่วม